บทที่ 2 กำไลเจ้าปัญหา

หลิงเฟิ่ง ตกตะลึงอยู่ไม่น้อย เมื่อได้รู้ความลับของคู่หมั้นตนเอง เขารับปากนางเรื่องที่จะไม่แต่งสตรีอื่นเข้าจวน จะยอมมีนางเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น แต่เรื่องสาวใช้ห้องข้าง และบุตรของเขา นางไม่เคยรู้มาก่อน

แม้แต่ตอนที่เดินทางไปที่จวนตระกูลเสิ่น นางก็ไม่เคยได้ยินเรื่องนี้ หรือเห็นเด็กน้อยเช่นที่หลี่เฉียงเอ่ยออกมาเลย อีกทั้งคนตระกูลเสิ่นก็ไม่เคยถามเรื่องมิติของนาง ถึงแม้จะมองกำไลที่นางสวมอยู่ก็เพียงแค่เอ่ยชื่นชมออกมาเท่านั้น

“ข้าไม่เชื่อ” หลิงเฟิ่งเอ่ยเสียงสั่นออกมา เวลานับเกือบปีที่เป็นคู่หมั้นเสิ่นฉงหาน เขาดูแลนางดีไม่น้อย นางบอกยังไม่อยากรีบออกเรือน เขาก็มิได้บังคับนาง รอจนกว่านางจะพยักหน้าให้ส่งฤกษ์มงคลมาที่เรือน

“หึ หายจากเสียสติแล้ว แต่ไม่คิดว่าเจ้าจะโง่หลงเชื่อลมปากของบุรุษเช่นฉงหาน หลังจากที่มันออกจากจวนตระกูลหลี่ มันก็เดินเข้าออกหอโคมแดงเป็นว่าเล่น เรื่องนี้ผู้ใดในเมืองตงเฉิงล้วนแต่รู้ดี แต่เพราะมันปิดปากชาวเมืองไม่ให้บอกเจ้าอย่างไรเล่า หากมีคนใดที่คิดจะพูดออกมา ตระกูลเสิ่นก็สังหารทิ้งอย่างไร้ค่า เจ้ายังจะไม่เชื่ออีกหรือไม่”

“เช่นนั้น ท่านพ่อก็ยกเลิกสัญญาหมั้นหมายไปเสียก็สิ้นเรื่อง”

“เจ้าไม่แต่งกับตระกูลเสิ่นก็ต้องแต่งผู้อื่นอยู่ดี อาเฉียงเจ้ามองความรุ่งเรืองภายภาคหน้าเถิด อย่าได้คิดตื้นเขินเพียงนี้ เฟิ่งเออร์กำไลที่เจ้าสวมก็เป็นของมารดาเจ้า เช่นนั้นเจ้าก็ถอดออกมามอบให้พี่ใหญ่เจ้าเสียเถิด” หลี่กวน เมื่อพูดกับหลี่เฉียงไม่ได้ เขาก็หันมาสั่งให้หลิงเฟิ่งถอดกำไลออกแทน

“น้องเล็กเจ้าถอดให้พี่ใหญ่ไปเถิด สตรีที่แต่งออกไปแล้วก็มิใช่คนตระกูลหลี่ครึ่งหนึ่ง ของวิเศษควรจะอยู่ที่ตระกูลหลี่ไม่ควรตกไปอยู่ในมือของผู้อื่น” หลี่ซวงเอ่ยขึ้นมาอีกคน

“พวกท่าน มิได้บอกว่าเห็นข้าเป็นบุตรหรือน้องสาวที่สำคัญที่สุดของตระกูลหลี่รึ หากข้าไม่มีของวิเศษพวกนี้ เป็นเพียงหลี่หลิงเฟิ่งเสียสติ พวกท่านยังจะดูแลข้าต่อไปหรือไม่” หลิงเฟิ่งมองพวกเขาอย่างเจ็บปวด

“ข้าจะบอกเจ้าอีกอย่างก็แล้วกัน หากเจ้าไม่ฟื้นขึ้นมาเป็นคนปกติหลังจากที่ถูกปล่อยให้อดอาหารจนตาย ท่านพ่อก็คงอุ้มเจ้าเข้าไปทิ้งในป่าแล้ว”

“อาเฉียง!!! เจ้าพูดอันใดหยุดเดี๋ยวนี้”

หลิงเฟิ่ง นางไม่มีความทรงจำก่อนหน้าของหลี่หลิงเฟิ่งเลย จึงเชื่อพวกเขามาตลอดว่าสาเหตุที่หลี่หลิงเฟิ่งล้มป่วยจนตายแล้ววิญญาณของนางได้เข้ามาแทนที่ ก็เป็นเพราะนางออกไปเล่นน้ำฝนด้านนอกจนล้มป่วย

ตระกูลหลี่มิอาจหาเงินพานางไปหาหมอในเมืองได้ จึงได้แต่มองดูนางที่กำลังจะหมดล้มหายใจ นางรู้เพียงเท่านี้ ไม่คิดว่าพวกเขาจะสร้างเรื่องหลอกลวงนางมาตั้งแต่ที่นางลืมตาขึ้นมาเลย

ยิ่งได้รู้ความจริง ว่าหลี่กวนที่เดินเข้ามาในห้อง มิได้จะเข้ามาดูนาง แต่จะเข้ามาอุ้มนางไปทิ้งในป่าแทน รอยยิ้มเสียงหัวเราะ ตลอดหนึ่งปีที่นางมาอยู่ในร่างของหลี่หลิงเฟิ่งมันเป็นเพียงภาพลวงเท่านั้น

นางคิดมาตลอดว่าการที่ตัวคนเดียว แล้วได้มีครอบครัวช่างเป็นเรื่องดีนัก มีพี่ชายสองคนที่คอยเป็นห่วง ดูแลนาง หลิงเฟิ่งได้แต่หัวเราะเยาะในความโง่เขลาของตนเองออกมา

“พวกท่านว่า...หากข้าทำลายกำไลวงนี้ทิ้ง จะเป็นเช่นใด” หลิงเฟิ่งแววตาของนางแข็งกร้าวมองไปที่กำไลเจ้าปัญหาในมือของนาง

นิยายแนวทะลุมิติ นางเอกมีมิติส่วนตัวติดมาด้วย แต่ละเรื่องที่เคยได้อ่าน ล้วนแต่พบเจอครอบครัวที่อบอุ่น นางเอกล้วนแต่เก่งกาจ ไม่คิดว่าพอเป็นตนเองจะโง่เขลาเช่นนี้

“เจ้า!!! อย่าได้ทำอันใดบ้าๆ นะ” หลี่กวนตะโกนห้ามออกมา เมื่อเห็นสายตาที่ว่างเปล่าของหลิงเฟิ่งมองมาทางเขา เขาอดที่จะตื่นตระหนกไม่ได้

นางไม่เคยมองเขาเช่นนี้มาก่อน ไม่ว่าพวกเขาพ่อลูกต้องการสิ่งใด นำข้าว ผักออกไปขายมากแค่ไหน นางล้วนแต่เต็มใจมอบให้ทุกครั้ง

“อย่าได้โทษข้าก็แล้วกันน้องเล็ก” หลี่เฉียงพยักหน้าให้หลี่ซวงที่ยืนอยู่ด้านข้างของหลิงเฟิ่ง

 หลิงเฟิ่งยังมิทันได้หันไปมองเลยว่า สองพี่น้องคิดจะทำอันใดกับนาง ความเจ็บปวดบริเวณหน้าอกของนาง ก็ทำให้นางต้องก้มลงไปมองว่าเกิดอะไรขึ้น

เลือดค่อยๆ ไหลซึมออกมาจากอกของนางอย่างช้าๆ ดวงตาของหลิงเฟิ่งพร่ามัว มองใบหน้าของทั้งสามไม่ชัด

“เป็นเช่นนี้ก็ดี นับจากนี้ข้าให้พวกท่านมีความสุขกับสิ่งที่เลือก แต่คงไม่อาจจะสมหวังได้” เสียงที่หลุดออกมาจากปากของหลิงเฟิ่งแผ่วเบาก็ทั้งสามก็ได้ยินอย่างชัดเจน

คนพวกนี้คิดว่ามิติมันจะเปลี่ยนผู้ครอบครองได้ง่ายๆ เลยรึ ต่อให้นางมอบกำไลให้พวกเขา ก็มิใช่ว่าจะเป็นผู้เปิดมิติได้ ในเมื่อมีเพียงแค่นางเท่านั้นที่เข้าออกได้เพียงผู้เดียว

หลี่กวนตกใจไม่น้อย ที่บุตรชายทั้งสองสังหารหลิงเฟิ่ง แต่เขามิได้เข้ามาดูนางที่กำลังค่อยๆ หมดลมหายใจอย่างช้าๆ แต่เข้ามาถอดกำไลในมือไปแทน

“เอามาให้ข้า” หลี่เฉียงแย่งกำไลมาจากมือของหลี่กวน ก่อนจะสวมใส่เอาไว้

“เหตุใดเข้าไม่ได้” เขากำหนดจิตเช่นที่เคยเห็นหลิงเฟิ่งนางทำ แต่ก็มิอาจเข้าไปภายในมิติได้

“ให้ข้าลองดู” หลี่ซวงแย่งมาจากมือพี่ชาย ก่อนจะทำตามเช่นเดียวกัน

“ไม่ได้!!!” สองพี่น้องเริ่มจะเกิดความกังวล

หลิงเฟิ่งที่มองทั้งสามเปลี่ยนกันสวมใส่กำไล ก็ได้แต่ยิ้มเย้ยหยันออกมา

“เฟิ่งเออร์!!!” เสียงของฉงหานดังขึ้น เมื่อเห็นร่างของหลิงเฟิ่งตอนเลือดไหลออกมาเต็มพื้น

“กำไลเล่า กำไลอยู่ที่ใด” นี่คือคำพูดสุดท้ายที่หลิงเฟิ่งนางได้ยินจากปากของฉงหาน ก่อนสติของนางจะค่อยๆ เลือนหายไป พร้อมกับลมหายใจที่หมดลง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป